ชำแหละตับไตไส้พุง Windows 8 RTM

รีวิว Windows 8 RTM

หลังจากไมโครซอฟท์ปล่อย Windows 8 Developer Preview ไปเมื่อช่วงเดือนกันยายนปีที่แล้ว และทีมงานไซเบอร์บิซก็ได้ร่วมทดสอบพร้อมลงบทความรีวิวไปแล้ว

มาวันนี้ หลังจากไมโครซอฟท์เก็บรายละเอียดของตัว Developer Preview ไปได้สักระยะก็ถึงเวลาปล่อยตัวทดสอบสำหรับผู้ใช้ทั่วไปให้ทดสอบกันบ้าง กับ Windows 8 Consumer Preview พร้อมการปรับเปลี่ยนภายในที่สมบูรณ์มากขึ้น                **สำหรับบทความนี้ทางทีมงานได้จัดทำขึ้นควบคู่กับวิดีโอรีวิว เพราะฉะนั้นเพื่อความชัดเจนของบทความ หลังจากอ่านบทความนี้จบ กรุณากดชมวิดีโอรีวิวเพื่อขยายเนื้อหาบางส่วนที่ไม่สามารถอธิบายด้วยข้อเขียนได้**

สำหรับ Windows 8 Consumer Preview จะเห็นว่ามีการปรับเปลี่ยนในส่วนหน้าตาในส่วน Metro UI และ Desktop UI ใหม่ พร้อมภาพพื้นหลังปลากัดรูปแบบใหม่ โดยทางไมโครซอฟท์ได้ตัดปุ่ม Start ออกไปและแทนที่ด้วยหน้าต่าง Metro UI ที่จะปรากฏก็ต่อเมื่อผู้ใช้นำเมาส์ไปชี้บริเวณมุมล่างซ้ายของจอภาพแทน    อีกทั้งในส่วนบาร์ด้านขวามือที่จะปรากฏขึ้นต่อเมื่อผู้ใช้นำเมาส์เลื่อนจากมุมจอด้านขวาเข้ามาตรงกลาง หรือถ้าเป็นแท็บเล็ตผู้ใช้ก็เพียงนำนิ้วปาดจากขอบอขวาเข้ามา ก็ถูกปรับเปลี่ยนไอคอนใหม่พร้อมโลโก้วินโดวส์ 8 ตัวล่าสุด

                      

ในส่วนการปิด (และสลับ) ใช้งานแอปฯ จากรุ่น Developer Preview ที่ไม่สามารถปิดได้ ในเวอร์ชันนี้จะสามารถปิดแอปฯ ที่เปิดค้างไว้ได้ 3 วิธีคือ                1. จากจุดเริ่มต้นมุมบนซ้ายเมื่อนำเมาส์ไปชี้จะปรากฏหน้าต่างแอปฯ ที่เปิดค้างไว้โดยถ้าผู้ใช้กดเมาส์ซ้ายลงไปพร้อมลากมาตรงกลางภาพและปล่อยคลิกเมาส์ซ้ายจะเป็นการเปิดแอปฯ ที่เปิดค้างไว้ ส่วนถ้าต้องการปิดแอปฯ ก็เพียงลากหน้าต่างแอปฯ ไปที่บริเวณด้านล่างจอเท่านั้น                2. จากจุดเริ่มต้นมุมบนซ้ายเมื่อนำ Pointer ไปชี้จะปรากฏหน้าต่างแอปฯ ที่เปิดค้างไว้ จากนั้นเลื่อน Pointer ชิดขอบจอซ้ายลงมา จะปรากฏแถบ Multi Tasking ขึ้นมา และการปิดแอปฯ ก็สามารถคลิกเมาส์ขวาและเลือก Close บริเวณหน้าต่างแอปฯ ที่ต้องการปิด                3. และวิธีสุดท้ายสำหรับการปิดหน้าแอปฯ ที่ใช้งานอยู่ก็เพียงเคลื่อน Pointer ไปที่ด้านบนสุดของจอภาพจน Pointer เมาส์เปลี่ยนเป็นรูปมือจากนั้นก็กดเมาส์ซ้ายค้างและเลื่อนหน้าต่างลงล่างสุดเพียงเท่านี้แอปฯ ที่ใช้งานอยู่ในปัจจุบันจะถูกปิดทันที                      

มาที่การพรีวิวไฟล์เช่น รูปภาพหรือวิดีโอจากเดิมค่าเริ่มต้นจะตั้งไว้ที่ Windows Media Player แต่สำหรับในเวอร์ชัน Consumer Preview จะถูกปรับเปลี่ยนให้ไปลิงค์กับส่วนแอปฯ Music และ Video ที่อยู่ใน Metro UI แทน                แอปฯ ที่น่าสนใจบน Metro UI ใน Windows 8 Consumer Preview                Store                     

ในส่วนแอปฯ แรกที่ไมโครซอฟท์เปิดให้ผู้ใช้ทั่วไปได้ทดสอบก็คือส่วนของ Store ที่เปิดให้ผู้ใช้สามารถเลือกดาวน์โหลด ซื้อ และอัปเดตแอปฯ ได้

นอกจากนั้นทางไมโครซอฟท์ยังได้เพิ่มแอปฯ สำหรับขาเกมคอนโซลเพื่อใช้เชื่อมต่อกับ XBOX Live ในการดึงโปรไฟล์และ Avatar มาใช้ร่วมกับ Windows 8 และอาจรวมถึงการเข้าสู่มาร์เก็ตของ XBOX Live ในอนาคตได้ด้วย

 

มาในส่วนของบริการ SkyDrive ที่เพิ่มเข้ามาเพื่อตอบรับโลกยุคคลาวด์คอมพิวติ้ง โดยการทำงานจะเชื่อมต่อกับบัญชี Windows Live ID เป็นหลัก และตัวแอปฯ นอกจากสามารถรับชมภาพที่เก็บไว้ใน SkyDrive ได้แล้ว ผู้ใช้ยังสามารถบันทึกเก็บไว้ในคอมพิวเตอร์ของเราได้ด้วย

สุดท้ายสำหรับ Bing Maps เป็นสิ่งที่เพิ่มเข้ามาล่าสุดโดยการทำงานจะเน้นไปที่การค้นหาสถานที่ กำหนดเส้นทางการเดินทาง รวมถึงความสามารถในการตรวจสภาพการจราจรได้คล้าย Google Map

สรุป                Windows 8 Consumer Preview ถือเป็นการปรับเปลี่ยนที่มีทิศทางดีขึ้นจากเวอร์ชัน Developer Preview อย่างเห็นได้ชัด ทั้งเรื่องความเสถียรและแอปพลิเคชันต่างๆ ที่ถือว่าลงตัวและช่วยเสริมสร้างประสบการณ์การใช้งานรูปแบบใหม่ให้แก่วินโดวส์ยูสเซอร์ที่ดีขึ้น                แน่นอนว่าหลายคนอาจต้องปรับตัวสำหรับหน้า Metro UI และการตัดปุ่ม Start ออก และหลายฟังก์ชันใน Windows 8 เวอร์ชันล่าสุดนั้นถูกออกแบบมาให้เน้นใช้งานกับแท็บเล็ตเสียจนผู้ใช้ Desktop PC อาจรู้สึกรำคาญ ซึ่งจุดนี้ไมโครซอฟท์คงต้องทำการบ้านให้มากกว่านี้เมื่อเวอร์ชันเต็มวางจำหน่าย                แต่สิ่งหนึ่งที่เป็นเรื่องดีสำหรับทิศทางของ Windows ในอนาคตก็คือเรื่องของการมีสโตร์ขายแอปฯ เกม แบบเดียวกับคู่แข่งรวมถึงการผนวก XBOX Live ซึ่งมีสมาชิกเป็นเกมเมอร์จากทั่วโลกจำนวนมาก กับ Windows ที่มีฐานผู้ใช้งานขนาดใหญ่เข้าด้วยกัน ก็น่าจะช่วยสร้างความน่าสนใจในยุค Digital Download กำลังผลิบานได้อย่างยอดเยี่ยม                ติดตามทีม CyberBiz Manager Online ผ่าน Vimeo คลิกที่นี่                Company Related Link :        Microsoft

หลังจากไมโครซอฟท์ประกาศเปิดตัว Windows 8 เวอร์ชันสำหรับนักพัฒนาไปแล้วในงาน “Build Windows” เมื่อประมาณกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา ล่าสุดทางไมโครซอฟท์ก็พร้อมเปิดให้บรรดาผู้พัฒนาซอฟท์แวร์และผู้สนใจได้ดาวน์โหลด Windows 8 เวอร์ชัน Developer Preview ไปทดลองใช้งานแบบฟรีๆ ผ่านหน้าเว็บ msdn.microsoft.com พร้อมชูจุดเด่นในเรื่อง UI ที่ทางไมโครซอฟท์พัฒนาขึ้นเองในชื่อ “Metro” (แบบเดียวกับ Windows Phone 7) และการรองรับระบบมัลติทัชเพื่อแท็บเล็ตอย่างเต็มรูปแบบ                ซึ่งในวันนี้ทีมงานผู้จัดการไซเบอร์จะมาทำการทดสอบประสิทธิภาพและเจาะลึกรายละเอียดของ Windows 8 Developer Preview แบบถึงพริกถึงขิง 2 ตอนเต็มๆ ด้วยกัน แต่ทั้งนี้ก่อนจะเข้าสู่เนื้อหาหลัก (ตอนที่ 1 ประสิทธิภาพโดยรวม) ทางทีมงานจะขอสรุป Keynote รายละเอียดสำคัญของ Windows 8 กันอีกครั้ง                รายละเอียดคร่าวๆ ของ Windows 8 จากงาน “Build Windows”                – Windows 8 จะสามารถใช้แอปพลิเคชันที่รองรับ Windows 7 ได้ทุกตัว        – Windows 8 จะมีมุมมอง 2 รูปแบบคือ Metro Style และ Desktop View        – Windows 8 สามารถใช้งานบนแท็บเล็ตที่ใช้ชิป ARM / PC / Netbook / Notebook ที่มาพร้อมหน้าจอสัมผัสหรือใชัผ่านเมาส์และคีย์บอร์ดแบบเก่าได้        – Windows 8 สามารถทำงานบน Intel ATOM รุ่นแรกที่มีแรม 1GB ได้อย่างราบลื่น        – Windows 8 รองรับฮาร์ดไดร์ฟที่ความจุสูงสุด 256TB        – Windows 8 มีระบบ Multi tasking ที่ปรับปรุงให้ดีขึ้นและจัดสรรหน่วยความจำได้ดีขึ้น        – Windows 8 จะมีไดร์วเวอร์ในตัวที่เพิ่มมากขึ้น ทำให้ผู้ใช้สามารถนำอุปกรณ์ภายนอกมาใช้งานแบบ Plug and Play ได้ทันที        – Windows 8 ตัวเต็ม (2012) จะมาพร้อม “Windows Store” และ “Live”        **Windows 8 รองรับภาษาไทยเต็มรูปแบบตั้งแต่ตัว Developer Preview เป็นต้นไป**                สเปกขั้นต่ำสำหรับใช้งาน Windows 8 Developer Preview                1 gigahertz (GHz) or faster 32-bit (x86) or 64-bit (x64) processor        1 gigabyte (GB) RAM (32-bit) or 2 GB RAM (64-bit)        16 GB available hard disk space (32-bit) or 20 GB (64-bit)        DirectX 9 graphics device with WDDM 1.0 or higher driver        Taking advantage of touch input requires a screen that supports multi-touch                เริ่มติดตั้ง Windows 8

Developer Preview

มาที่ส่วนแรก สำหรับการติดตั้ง Windows 8 Developer Preview ยังคงคล้ายกับ Windows 7 ก่อนหน้า ซึ่งการติดตั้งสามารถทำได้ง่ายเพียงไม่กี่คลิกจากนั้นก็รอจนระบบติดตั้งเสร็จเรียบร้อย ก็จะเข้าสู่หน้าการตั้งค่าพื้นฐานต่างๆ ที่อาจมีความแตกต่างจาก Windows 7 เล็กน้อย                กล่าวคือในส่วนของการตั้งค่าพื้นฐานนับตั้งแต่ Personalize ถ้าสังเกตจะพบว่าใน Windows 8 Developer Preview ทางระบบจะบังคับในเราต้องสร้างบัญชีผู้ใช้ที่ประกอบด้วย Username กับ Password (สามารถใช้บัญชี Windows Live ล็อกอินได้โดยที่ไม่ต้องสมัครบัญชีใหม่) คล้ายกับ Google Account บนแอนดรอยด์โฟนหรือแท็บเล็ต โดยที่ผู้ใช้ไม่สามารถข้ามขั้นตอนดังกล่าวได้เหมือนกับ Windows รุ่นก่อนหน้า ซึ่งตรงจุดนี้คาดว่าการที่ระบบบังคับในเราต้องมีบัญชีของไมโครซอฟท์เองก็เพื่อจะได้ใช้ร่วมกับ Windows Store หรือบริการ Cloud Service อื่นๆ ของไมโครซอฟท์เมื่อ Windows 8 ตัวเต็มออกวางจำหน่าย

Metro UI & Desktop UI

Metro UI     Desktop UI

หลังจากการตั้งค่าพื้นฐานและบัญชีผู้ใช้ต่างๆ เสร็จสิ้นแล้ว ระบบจะเข้าสู่หน้า Metro UI พร้อมอนิเมชันสวยงามสไตล์ Windows Phone ที่ผู้ใช้ Windows หลายท่านอาจไม่คุ้นเคยนัก                โดยในหน้า Metro UI ทางไมโครซอฟท์ได้ใส่แอปพลิเคชันตัวใหม่หลากหลายตัวมาให้ผู้ใช้ได้ทดลองใช้งานกันแบบเต็มๆ โดยการทำงานของ Metro UI หลักๆ แล้วจะมาทำหน้าที่แทนการกดปุ่ม Start ของวินโดว์รุ่นก่อนหน้า ที่จากเดิมจะเป็นแค่รายชื่อซอฟท์แวร์ให้เราเลือกใช้ แต่ใน Metro UI แอปฯ หรือซอฟท์แวร์ที่รองรับกับ Windows 8 จะสามารถแสดงผลแบบ Realtime ได้ ยกตัวอย่างเช่น เมื่อเราเรียกใช้งานแอปฯ บอกสภาพอากาศครั้งแรกและตั้งค่าเมืองที่เราอาศัยอยู่เรียบร้อยแล้ว จากนั้นเมื่อเรากดปุ่มออกจากแอปฯ ดังกล่าว ไอคอนแอปฯ บอกสภาพอากาศจะถูกปรับเปลี่ยนให้เป็นรายการข้อมูลสภาพอากาศแบบ Realtime (ต้องเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต) โดยไอคอนแอปฯ บอกสภาพอากาศจะมีการอัปเดตและเปลี่ยนข้อมูลให้ผู้ใช้เห็น เปรียบเหมือนกับ Widget อัปเดตสภาพอากาศในหน้าโฮมของแอนดรอยด์โฟนหรือแท็บเล็ต                นอกจากนั้นการใช้งานแอปฯ บน Metro UI ใน Windows 8 Developer Preview ยังสามารถทำ Multitasking ได้ เพียงแค่ผู้ใช้เปิดแอปฯ ขึ้นมาหนึ่งแอปฯ และเมื่อผู้ใช้ต้องการเปลี่ยนไปใช้แอปฯ อื่น ก็เพียงกดปุ่ม Windows ที่คียบอร์ดหนึ่งครั้ง หรือนำพอยเตอร์เมาส์ไปชี้ที่ด้านซ้ายของจอและกดเมาส์ซ้ายหนึ่งครั้ง ระบบจะทำการสวิตซ์แอปฯ โดยที่แอปฯ ตัวที่ถูกเปลี่ยนยังคงทำงานเป็น Background อยู่                อีกทั้งใน Metro UI ยังสามารถจัดกลุ่มแอปฯ ใหม่ หรือใส่ซอฟท์แวร์จาก Windows 7 ลงไปได้ และการเข้าสู่ส่วนของแถบตั้งค่าแอปฯ ใน Metro UI ส่วนใหญ่จะใช้การคลิกเมาส์ขวาหนึ่งครั้งเป็นหลัก ส่วนการเลื่อนหน้า (แนวขวาง) ก็เพียงเลื่อนสกอร์เมาส์ขึ้น-ลงเท่านั้น

ใน Metro UI ผู้ใช้สามารถจัดหน้าต่าง กลุ่มของแอปฯ

หรือเรียกแถบการตั้งค่าขึ้นมาได้โดยการคลิกเมาส์ขวา                      หน้าตา Control Panel แบบใหม่บน Metro UI จะครอบคลุมการใช้งานบนแท็บเล็ตได้อย่างดีเยี่ยม

**สำหรับบทที่ 1 นี้ทางทีมงานจะยังไม่ขอลงรายละเอียดของแอปฯ แต่ละตัว ซึ่งทางทีมงานลงรายละเอียดของแอปฯ ต่างๆ ใน Metro UI ในบทต่อไป**                แต่ทั้งนี้ใช่ว่าใน Windows 8 จะมีเพียง Metro UI มาให้อย่างเดียว เพราะทางไมโครซอฟท์ได้ใส่หน้า Desktop UI แบบดั้งเดิมมาให้ด้วย โดยในเวอร์ชัน Developer Preview จะเห็นว่า Desktop UI ไม่มีส่วนที่แตกต่างจาก UI เดิมใน Windows 7 แต่จะมีการปรับเปลี่ยนก็เพียงแค่ปุ่ม Start และความสามารถบางอย่างที่เพิ่มเข้ามาเท่านั้น

Desktop UI กับการเปลี่ยนแปลง  Start แบบใหม่     เป็นส่วนที่ทำให้ผู้ใช้ Windows 8 ต้องปรับตัวมากที่สุดเพราะการกด Start ใน Windows 8 จะเด้งเข้าสู่หน้า Metro UI ทันที โดยสำหรับรายละเอียดแถบ Start แบบใหม่ จะประกอบด้วยส่วนของ Search ไว้สำหรับค้นหาแอปฯ ข้อความ ไฟล์เอกสารที่อยู่ในเครื่องของเราหรือผ่านเว็บไซต์ ถัดมาในส่วนของ Share สำหรับไว้ใช้แบ่งปันแอปฯ แนะนำแอปฯ หรือข้อความไปยังเครือข่ายสังคมหรือแบ่งปันให้ User อื่นในระบบ ต่อมาที่ Device จะเป็นการดูอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ที่เราเชื่อมต่ออยู่ในปัจจุบัน และสุดท้าย Settings เมื่อกดลงไปแล้วจะมีหน้าตาเหมือนรูปประกอบด้านล่าง

โดยในส่วนของ Settings จากรูปร่างหน้าตา จะเห็นว่าไมโครซอฟท์พยายามออกแบบมาให้สามารถใช้งานร่วมกับแท็บเล็ตหน้าจอสัมผัสได้ดี โดยสังเกตเห็นว่าไอคอนที่ปรากฏบนหน้า Settings ก็มีบรรจุอยู่ที่หน้า Desktop UI อยู่แล้ว แต่สำหรับหน้า Settings ไอคอนเหล่านั้นจะถูกขยายขนาดให้ใหญ่ขึ้น ซึ่งถ้าใครใช้หน้าจอสัมผัสก็จะกดใช้งานได้ง่ายขึ้น               ผนวก Metro UIร่วมกับ Desktop UI ได้ มาก

สำหรับคนที่จำเป็นต้องพิมพ์งานหรือใช้งานโปรแกรมบนหน้า Desktop UI แล้วอยากจะใช้แอปฯ จาก Metro UI ให้แสดงในหน้าเดียวกัน ก็สามารถทำได้ ด้วยเทคนิคแบ่งหน้าจอ โดยวิธีการคือ ให้เปิดหน้า Desktop UI กับแอปฯ ที่ต้องการจาก Metro UI ขึ้นมา จากนั้นนำพอยเตอร์เมาส์ไปชี้ที่ขอบจอ จะมีหน้าต่างขนาดเล็กของแอปฯ จาก Metro UI ปรากฏขึ้น จากนั้นให้ผู้ใช้กดเมาส์ซ้ายข้างไว้และลากหน้าต่างแอปฯ ดังกล่าวไปยังตำแหน่งที่ต้องการ ดังตัวอย่างในรูปประกอบด้านบนก็เป็นอันเสร็จสิ้น                Windows Explorer รูปแบบใหม่เพื่อแท็บเล็ต

Windows Explorer รูปแบบเก่าใน Windows 7                      Windows Explorer รูปแบบใหม่ใน Windows 8 Developer

Preview     Windows Explorer รูปแบบจะเพิ่ม Toolbar สำหรับจัดการไฟล์ต่างๆ เข้ามา               ต้องถือว่าการเปลี่ยน UI ของหน้า Windows Explorer เข้ามาในครั้งนี้ ไมโครซอฟท์ตั้งใจจะให้ผู้ใช้แท็บเล็ตสามารถกดคำสั่งในการจัดการไฟล์ได้ง่ายขึ้น คือแต่เดิมเมื่อผู้ใช้ต้องการคัดลอกไฟล์หรือเคลื่อนย้ายโฟลเดอร์ ถ้าผู้ใช้ไม่กด Ctrl+C หรือ Ctrl+V ผู้ใช้ก็ต้องกดเมาส์ขวาแล้วเลือกคำสั่งต่างๆ ซึ่งแน่นอนว่าผู้ใช้แท็บเล็ตไม่สามารถทำได้ จึงเป็นเหตุให้ทางไมโครซอฟท์เลยคิดรวมแถบคำสั่งจัดการไฟล์ขึ้นมาเพื่อรองรับกับแท็บเล็ตโดยเฉพาะ                อีกทั้งเมื่อผู้ใช้เปิดโฟลเดอร์รูปภาพแถบคำสั่งจัดการไฟล์ด้านบนจะมีส่วนของ Picture Tools ปรากฏขึ้นพร้อมความสามารถในการหมุนรูป รวมภาพเป็นสไลด์หรือจะ Set as background ได้ทันทีโดยไม่ผู้ใช้ไม่ต้องเข้าไปจัดการใน Windows Photo Viewer แต่อย่างใด                Picture Password ใช้รูปภาพเป็นรหัสผ่านเข้าสู่ระบบ

            

  ถือเป็นเรื่องใหม่และเป็นการพัฒนาระบบรักษาความปลอดภัยบน Windows ได้อย่างน่าสนใจมาก โดยระบบ Picture Password จะเปิดโอกาสให้ผู้ใช้ได้ออกแบบการปลดล็อกเข้าสู่ Windows 8 ผ่านระบบ Gesture และภาพถ่ายที่ผู้ใช้ชื่นชอบได้เอง โดยวิธีการทำงานคือเมื่อผู้ใช้เลือกภาพถ่ายที่ต้องการ จากนั้นใช้เมาส์หรือนิ้วมือ (สำหรับแท็บเล็ต) ทำเครื่องหมายหรือลากจุดที่ต้องการทำเป็นสัญลักษณ์เพื่อปลดล็อกระบบจำนวน 3 ครั้ง ก็เป็นอันเสร็จสิ้น โดยครั้งต่อไปเมื่อผู้ใช้ต้องการล็อกอินเข้าสู่ระบบก็เพียงใช้เมาส์หรือนิ้วมือลากตามจุดที่ได้กำหนดไว้เท่านั้น                Performance Test                มาในส่วนของการทดสอบประสิทธิภาพเปรียบเทียบกับระบบปฏิบัติการตัวเก่าอย่าง Windows 7 x64 Ultimate SP1 โดยทางทีมงานผู้จัดการไซเบอร์ได้เลือก

การทดสอบมา 3 ประเภทบนระบบปฏิบัติการ 64 บิตทั้ง Windows 7 และ Windows 8 Developer Preview                               สำหรับการทดสอบแรกเรื่องของการบริโภคพลังทรัพยากรเครื่องหลังจากบู๊ต Windows ขึ้นมาครั้งแรก โดยทีมงานได้เลือกติดตั้ง Windows ทั้ง 2 ตัวใหม่และวัดผลเมื่อระบบบู๊ตระบบเรียบร้อยโดยปราศจากการลงซอฟท์แวร์และไดร์วเวอร์ฮาร์ดแวร์ใดๆ ซึ่งผลที่ได้คือ Windows 8 Developer Preview มีการบริโภคหน่วยความจำที่น้อยกว่า Windows 7 เพียง 39MB (Windows 7×64 Ultimate = 784MB ส่วน Windows 8 Developer Preview = 745MB)

มาที่การทดสอบที่ 2 กับการทดลองแปลงไฟล์วิดีโอ HD 720p ผ่านซอฟท์แวร์ทดสอบ x264 HD BENCHMARK 3.0 ผลที่ได้คือ สำหรับ Windows 7 จะได้ความเร็วเฟรมเรทอยู่ที่ 81.88fps

ส่วน Windows 8 Developer Preview จะอยู่ที่ 83.13fps                       PCMark Vantage on Windows 7

PCMark Vantage on Windows 8 Developer Preview               จบที่การทดสอบสุดท้ายกับ PCMark Vantage ที่ไม่สามารถเทียบคะแนนรวมได้ เพราะการทดสอบบางส่วนไม่สามารถทำงานบน Windows 8 Developer Preview ได้ ทำให้เราต้องมาแยกคะแนนตามประเภทการทดสอบ ซึ่งจะเห็นว่าคะแนนส่วนใหญ่จะค่อนข้างสูสีกันจะมีบางส่วนเช่น Memories Score ที่เป็นการทดสอบการประมวลผลซีพียูที่ใน Windows 8 จะทำคะแนนมากกว่าเล็กน้อยเท่านั้น                ซึ่งจากการทดสอบทั้ง 3 ประเภทได้จบลงไปจะเห็นว่าจริงๆ แล้วความเร็วเพียวๆ ระหว่าง Windows 7 และ Windows 8 Developer Preview ก็ไม่ได้ทิ้งห่างกันมากเหมือนที่ไมโครซอฟท์ได้กล่าวไปในงาน Build แต่ทั้งนี้สิ่งที่ทีมงานสัมผัสได้ถึงประสิทธิภาพของ Windows 8 Developer Preview ที่เหนือกว่า Windows 7 ก็คือเรื่องการจัดสรรหน่วยความจำที่ทำได้ยอดเยี่ยมกว่ามาก โดยจากการที่ทีมงานทดสอบลองเปิดหน้าเว็บบราวเซอร์จำนวน 120 หน้ากับซอฟท์แวร์อีกหลายสิบตัวพร้อมๆ กัน จน Windows ทั้ง 2 ตัวทำงานช้าลง จากนั้นทีมงานก็ทำการปิดหน้าโปรแกรมที่เปิดขึ้นมาทั้งหมดอย่างรวดเร็ว จะเห็นว่า Windows 8 Developer Preview สามารถคืนหน่วยความจำที่หายไปได้เร็วกว่า Windows 7 ที่ใช้เวลานานและคืนหน่วยความจำกลับมาไม่หมด ในขณะที่ไฟฮาร์ดไดร์ฟยังทำงานจนเครื่องเริ่มค้างต้อง Restart ใหม่ถึงจะหาย แต่ Windows 8 Developer Preview กลับไม่มีปัญหาใดๆ                ส่วนเรื่องที่ไมโครซอฟท์พยายามบอกว่า Windows 8 จะสามารถรันบนเน็ตบุ๊กที่ใช้ ATOM รุ่นเก่าได้นั้น ซึ่งเมื่อทีมงานได้ทดสอบ Windows 8 Developer Preview กับเน็ตบุ๊ก Acer Aspire One D250 ที่มาพร้อม Intel ATOM N270 และกราฟิกชิป Intel GMA 950 เมื่อติดตั้งเสร็จกลับพบว่า Windows ไม่มีไดร์วเวอร์กราฟิกชิปมาให้ ต้องไปดาวน์โหลดจาก Intel มาติดตั้ง                ซึ่งเมื่อติดตั้งเรียบร้อยและเข้าใช้งานในส่วน Metro UI พบว่าแอปฯ บน Metro ไม่สามารถรันบนหน้าจอเน็ตบุ๊กได้เพราะความละเอียดต่ำกว่า 1024×768 พิกเซล (หน้าจอ Native เน็ตบุ๊กรุ่นนี้อยู่ที่ 1024×600 พิกเซล) ทำให้ทีมงานจึงได้ทดลองต่อออกจอมอนิเตอร์ความละเอียด 1440×900 พิกเซล จึงทำให้แอปฯ ใน Metro กลับมารันได้อีกครั้ง แต่ประสิทธิภาพจะตกลงมาก จนเครื่องช้าและค้างไปในที่สุด

 มาถึง ภาคต่อเกี่ยวกับแอปพลิเคชัน (ขอใช้คำว่าแอปพลิเคชันแทนโปรแกรมตามที่ สตีฟ ไซนอฟสกี้ ประธานฝ่ายผลิตภัณฑ์วินโดวส์และวินโดวส์ไลฟ์ ขึ้นพูดในงานเปิดตัว) โดยทั้งหมดจะติดตั้งมาพร้อมใช้งานบน Metro UI

สำหรับแอปพลิเคชันที่ติดตั้งมาใน Meteo UI และพร้อมให้เข้าใช้งานเลยจะแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มคือ เกี่ยวกับการเข้าถึงข้อมูลอย่าง IE 10, Socialite, Tweet@rama, NewsFeed, Weather, Stocks


อีกกลุ่มคือ โปรแกรมทั่วไปอย่าง Piano, Paintplay, Labyrinth, Mopod, NearMe, Picstream, Measurelt, Remote Desktop, Alarms, Memories, Notespace, Flash Cards และ Inkpad กลุ่มสุดท้ายคือเกมที่มีให้เลือกเล่นตั้งแต่ 5, Tile Puzzle, Zero Gravity, Check, Treehouse, Stampede, Tube Rider, Word Hunt, Copper, Air Craft, BitBox และ Sudoku

ไล่กันตั้งแต่ Internet Explorer 10 บน Metro UI รูปแบบการแสดงผลที่เห็นจะออกแบบมาสำหรับการใช้งานบนแท็บเล็ต หรือ จอมีเดียเพลยเยอร์มากกว่าใช้งานบนเดสก์ท็อป โดยจุดบอดที่สำคัญของ IE 10 Metro คือ การที่ไม่รองรับปลั๊กอิน (Plug-in) ที่ทางไมโครซอฟท์ให้เหตุผลว่า เพื่อให้ใช้แสดงผลเว็บไซต์ได้รวดเร็วที่สุด จึงส่งผลให้ตัว IE 10 ไม่สามารถแสดงผลแฟลชได้ แต่ยังรองรับการใช้งาน HTML5 ซึ่งกำลังถูกผลักดันขึ้นมาเป็นมาตรฐานใหม่อยู่

หน้าจอ IE 10 ที่ถูกออกแบบมาว่าง่ายนั้น ประกอบไปด้วยปุ่มย้อนกลับ โลโก้เว็บไซต์ ช่องแอดแดรสบาร์ (สามารถใช้พิมพ์ข้อความเพื่อค้นหาข้อมูลได้) ปุ่มกดรีเฟรช ปักหมุดหน้าเว็บที่ชื่นชอบเพียงแค่นี้

หลังจากเข้าใช้งาน IE 10 กันแล้ว แอปฯที่ตามมาย่อมต้องเกี่ยวกับเครือข่ายสังคมออนไลน์อย่าง เฟซบุ๊ก และทวิตเตอร์ ที่ไมโครซอฟท์เลือกนำ Socialite มาใส่ให้ผู้ใช้ได้เล่นเฟซบุ๊กกัน โดยการทำงานของ Socialite ที่หน้าหลักจะประกอบไปด้วย 5 ส่วนหลักคือ News Feed, Profile, Photos, Friends และ Check-in


เมื่อเข้ามาในส่วนของ News Feed จะแบ่งออกเป็น 2 คอลัมน์ ฝั่งซ้ายแสดงข้อความล่าสุดจากเพื่อนทั้งหมด ส่วนฝั่งขวาจะเลือกแสดงผลเฉพาะผู้ติดต่อที่เลือกอยู่ ความสะดวกของการใช้งานโปรแกรม ช่วยให้ผู้ใช้สามารถ คอมเมนต์ สถานะล่าสุดจากภายในแอปพลิเคชันได้ทันที

ขณะที่ในส่วนของการแสดงโปรไฟล์เพื่อนจะเป็นการแสดงชื่อ รูป มีช่องให้โพสต์ข้อความเข้าไปที่หน้าวอลล์ของเพื่อน ส่วนฝั่งขวาเป็นสถานะล่าสุดที่ผู้ติดต่อนี้โพสต์ไว้ การเข้าใช้งานส่วนที่เหลืออย่างดูโปรไฟล์ตัวเอง ดูรูปภาพ รายชื่อเพื่อน ก็ใช้การแสดงผลในลักษณะเดียวกัน สุดท้ายคือการ Check-in เมื่อกดเข้าไปจะแสดงสถานที่ๆผู้ใช้งานเคยเชคอินไว้ ยังไม่มีระบบให้สามารถกดเข้าไปเชคอินสถานที่ใหม่ได้

อาจจะเพราะยังอยู่ในช่วงการพัฒนาทำให้การเข้าใช้งาน Socialite ยังดูแล้วไม่ค่อยสมบูรณ์แบบ ฟีเจอร์ที่ทำได้ค่อนข้างพื้นฐาน เมื่อเทียบกับแอปฯจากผู้ผลิตรายอื่น หรือแม้แต่แอปฯสำหรับเฟซบุ๊กในระบบปฏิบัติการอื่นก็ตาม ในจุดนี้แนะนำว่าเปิด IE 10 บนเดสก์ท็อปแล้วใช้งานต่อไปดีกว่า

ที่ดูดีขึ้นมาหน่อยของการใช้งานเครือข่ายสังคมออนไลน์คือ Tweet@rama ที่ให้ฟีเจอร์การใช้งานค่อนข้างครอบคลุมการใช้ทวิตเตอร์แบบพื้นๆ กล่าวคือมีไทม์ไลน์ให้ดู สามารถโพสต์ข้อความสั้น พร้อมแนบรูปภาพได้ทันที มีคมลัมน์แสดง Mentions Following Follower ให้เลือกดูได้ทันที แต่ก็ยังน่าเสียดายที่ไม่สามารถเพิ่มคอลัมน์สำหรับดู Hashtag โดยเฉพาะ รวมถึงการเพิ่มปุ่มกดตอบทวิต รีทวิต มาอำนวยความสะดวกในการใช้งานกัน

สำหรับผู้ที่ชื่นชอบการรับข่าวสารผ่านทาง RSS Feed ใน Windows 8 ก็มีแอปฯสำหรับดึงข้อมูล Rss Feed มาให้ได้ใช้งานกัน โดยผู้ใช้สามารถใส่ xml ด้วยตนเอง หรือเลือกจากที่ทางไมโครซอฟท์รวบรวมมาให้ก็ได้

เมื่อกดเข้าไปที่แหล่งข้อมูลนั้นๆ ก็จะขึ้นการแสดงผลที่ดึงหัวข้อ พร้อมคำโปรยเล็กน้อยมาให้ได้อ่านกัน ถ้าต้องการอ่านข้อมูลทั้งหมดก็ต้องสัมผัสไปที่หัวข้อนั้นๆ เพื่อเรียกใช้งานเว็บเบราว์เซอร์ในการเปิดเว็บไซต์ขึ้นมา

แอปพลิเคชันสำหรับติดตามข้อมูลหุ้น ผู้ใช้สามารถเลือกเพิ่มหัวข้อหุ้นที่สนใจได้ และยังสามารถเลือกการแสดงผลเป็นรายสัปดาห์ รายเดือน หรือทั้งปี ขณะเดียวกันยังมีแสดงราคาหุ้นล่าสุด ราคาเปิดตลาด และข่าวสารเกี่ยวกับหุ้นจากทางไมโครซอฟท์

แอปพลิเคชันยอดฮิตที่ลอยตามมาจากการใช้งานสมาร์ทโฟน และแท็บเล็ต ที่ช่วยระบุสภาพอากาศล่วงหน้าอากาศ ตามเมืองที่อาศัยอยู่ที่ดูล่วงหน้าได้ 5 วัน ซึ่งในแต่ละวันจะมีระบุย่อยลงไปอีกว่า อุณหภูมิสูงสุด ต่ำสุด เฉลี่ย ค่ารังสียูวี สภาพเมฆ ความชื้นจำเพาะ ความเร็วลมเป็นต้น



ในส่วนของแอปพลิเคชันทั่วไป จะมีที่น่าสนใจตรง Memories ที่ออกแบบมาให้เป็นสมุดภาพไดอารี ช่วยบันทึกความทรงจำ มีลูกเล่นช่วยสร้างความน่าสนใจให้กับผู้ที่ชอบบันทึกเรื่องราวความประทับใจในแต่ละวัน ผู้ใช้สามารถเลือกธีม ก่อนเลือกเลย์เอาท์ ใส่รูปภาพ และข้อความตามลงไปเพื่อให้ในหนึ่งหน้าความทรงจำสมบูรณ์แบบ


Picstream เป็นแอปพลิเคชันที่ช่วยดึงรูปจากบริการออนไลน์อย่าง Flickr มาแสดงผลในตัวเครื่องที่ใช้ระบบปฏิบัติการวินโดวส์ 8 โดยผู้ใช้สามารถเลือกดูรูปภาพอื่นๆได้จากแท็กของภาพ

และจากการออกแบบมาให้เหมาะสมกับแท็บเล็ต แอปพลิเคชันที่ช่วยแสดงศักยภาพในการใช้นิ้วควบคุม คงหนีไม่พ้นโปรแกรม Paint ที่ออกแบบมาใหม่ให้เหมาะสมกับการใช้งานบนแท็บเล็ต จากปุ่มควบคุมที่ใหญ่ขึ้น สามารถใช้นิ้วในการแตะสั่งงานได้ วาดภาพได้ตามความต้องการ

ขณะที่ Inkpad เป็นแอปฯที่ช่วยในการจดบันทึก ซึ่งเมื่อจดตัวอักษรภาษาอังกฤษลงไป ตัวโปรแกรมจะแปลงเป็นตัวอักษรภาษาอังกฤษให้โดยอัตโนมัติ หรือจะบันทึกเป็นไฟล์ตามลายมือของผู้จดก็ได้เช่นเดียวกัน

เป็นเหมือนสมุดจดบันทึกข้อความทั่วไป ปรับขนาดตัวอักษร เปลี่ยนสี นำเข้าไฟล์เอกสาร จับภาพจากกล้อง บันทึกเสียง ออกมาเป็นโน้ตย่อแต่ละอัน

Alarms ก็เหมือนนาฬิกาปลุกทั่วไป เลือกใส่ชื่อการแจ้งเตือน เวลา แล้วกดเพิ่ม ลบ เวลาที่ตั้งไว้ได้เหมือนในสมาร์ทโฟนวินโดวส์ โฟน 7

เหล่านี้คือแอปพลิเคชันที่บันเดิลมากับ Windows 8 Develop Preview ซึ่งส่วนใหญ่จะเน้นไปที่การใช้งานบนแท็บเล็ต เพื่อแสดงประสิทธิภาพของระบบปฏิบัติการมากกว่า เพราะในการใช้งานบนเดสก์ท็อปผู้ใช้ก็สามารถเรียกหน้าตาเดส์กท็อปขึ้นมา ลงโปรแกรมที่จำเป็นต้องใช้งานได้ตามความต้องการเหมือนเดิม

ในส่วนของการตั้งค่า ถ้าใครที่เคยลองใช้งานวินโดวส์ โฟน 7 มาก่อน จะค่อนข้างคุ้นเคยกับการตั้งค่ารูปแบบใหม่นี้ เพื่อให้เหมาะกับการสั่งงานด้วยนิ้วมือบนแท็บเล็ต หรือพีซีแบบ ออลอินวัน

โดยการตั้งค่าจะเริ่มตั้งแต่ Personalize ที่ผู้ใช้สามารถเข้าไปเปลี่ยนภาพล็อกสกรีน เลือกแอปฯที่จะให้มีการแสดงผลที่หน้าจอล็อกเครื่อง และเปลี่ยนรูปผู้ใช้ที่สามารถเข้าไปเลือกได้จากในตัวเครื่อง หรือกดถ่ายจากเว็บแคมได้ทันที Users เป็นส่วนของการเปลี่ยนพาสเวิร์ด ตั้งให้ล็อกเครื่องจากการใช้รูปภาพ สร้างพินโค้ด และเพิ่มผู้ใช้รายอื่นๆในระบบ

Wireless ในที่นี้จะทำได้แค่เพียงเปิด-ปิดโหมดเครื่องบิน และเลือกให้มีการเชื่อมต่อไวเลสเท่านั้น ซึ่งหน้าจอการเชื่อมต่อไวเลสจะอยู่ที่ฝั่งขวาของหน้าเดสก์ท็อป ซึ่งเป็นหน้าล็อกอินแบบใหม่ตามที่เคยเขียนถึงไปเมื่อตอนที่ 1 Notifications เป็นรูปแบบของการตั้งค่าแจ้งเตือน ซึ่งผู้ใช้สามารถเลือกเปิด-ปิดการแจ้งเตือนของแอปฯด้วยตัวเอง

Privacy ในการตั้งค่าให้ตัวเครื่องแชร์พิกัด ใช้บัญชีรายชื่อและรูปในแอปฯต่างๆ ตั้งว่าจะส่งข้อมูลให้วินโดวส์ สโตร์ช่วยเหลือ และเลือกจำนวนแอปฯที่จะแสดงว่าเพิ่งเปิดใช้ล่าสุด General ไว้ตั้งเวลาท้องถิ่น ควบคุมระบบป้อนข้อมูลอย่างทัชคีย์บอร์ด ระบบสะกดคำ ล้างระบบปฏิบัติการให้กลับไปเหมือนใหม่โดยที่ข้อมูลไม่หาย และล้างเครื่องให้เหมือนกลับไปเป็นค่าเดิมจากโรงงาน (ล้างระบบปฏิบัติการและข้อมูล แต่ยังสามารถใช้วินโดวส์ 8 ได้ตามปกติ)

Search สำหรับตั้งค่าการค้นหา ให้เลือกว่าจะแสดงประวัติการค้นหา ลิสต์รายชื่อแอปฯที่ทำการค้นหามากที่สุด นอกจากนี้ยังเลือกได้ว่าจะแสดงแอปฯใดที่แถบแสดงการค้นหาได้ Share ในการตั้งค่าการแชร์ข้อมูลผ่านเครือข่ายสังคมอย่างทวิตเตอร์ และเฟซบุ๊ก (ในเบื้องต้น) Send คาดว่าเป็นแถบการตั้งค่าไว้สำหรับส่งแอปพลิเคชันไปยังอุปกรณ์เครื่องอื่นๆ Ease of Access เป็นการตั้งค่าการแสดงผลให้ง่ายต่อการใช้งาน อย่างตั้งคอนทราสต์ ทำให้ตัวอักษรมีขนาดใหญ่ขึ้น ตั้งปุ่มลัดเมื่อกดปุ่มวินโดวส์ และเพิ่มเสียง เวลาในการแจ้งเตือน และความหนาของเคอเซอร์

Devices ในที่นี้จะไว้จัดการอุปกรณ์ต่อพ่วง รวมถึงเครื่องลูกข่ายอื่นๆภายในเน็ตเวิร์กเดียวกัน Sync PC Setting ด้วยความที่ตัวระบบวินโดวส์ 8 ออกแบบมาให้สามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลในบัญชีรายชื่อไปยังอุปกรณ์เครื่องอื่นๆได้ ทำให้ต้องมีการตั้งค่าการซิงค์ข้อมูล ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของ Personalize Thems Ease of Access Language Apps Web Browser Other Stuff และ Some Password เพื่อให้ง่ายและคุ้นเคยต่อการใช้งานอุปกรณ์เครื่องอื่นๆ

HomeGroup เป็นระบบที่ช่วยแชร์ข้อมูลภายในเครือข่ายซึ่งมีมาตั้งแต่วินโดวส์ 7 Windows Update ที่จะคอยบอกสถานะการอัปเดตของวินโดวส์ ซึ่งจะมีการแสดงว่าตัวเครื่องได้รับการอัปเดตครั้งล่าสุดเมื่อใด และแน่นอนว่าถ้าผู้ใช้ไม่คุ้นชินกับการตั้งค่าในรูปแบบนี้ ยังสามารถกดที่ More Setting เพื่อกลับไปยังรูปแบบการตั้งค่าที่คุ้นเคยได้

ส่วนตอนต่อไปของ Review : Windows 8 “Developer Preview” จะเป็นการทดสอบในอุปกรณ์พีซี ออลอินวัน ที่สามารถใช้งานระบบสัมผัสได้ ติดตามชมกันได้เร็วๆนี้

หลังจากที่ทีมงานผู้จัดการไซเบอร์ได้ส่งบทความรีวิว Windows 8 “Developer Preview” ไปแล้วถึง 2 ตอน ได้แก่                – Windows 8 “Developer Preview” (ตอนที่ 1 – ประสิทธิภาพโดยรวม)        – Windows 8 “Developer Preview” (ตอนที่ 2 – เจาะลึก Metro App และหน้าจอตั้งค่า)                มาวันนี้ทีมงานผู้จัดการไซเบอร์จะขอนำเสนอบททดสอบ Windows 8 “Developer Preview” ครั้งสุดท้ายกับการทดสอบใช้งานร่วมกับระบบหน้าจอสัมผัสใน All-in-One-PCs : HP TouchSmart 610 PC                ทดสอบประสิทธิภาพ                ก่อนอ่านรายละเอียดทั้งหมดของการทดสอบ ทางทีมงานอยากให้ชมวิดีโอด้านล่างนี้ก่อน เพื่อจะได้เห็นถึงรูปแบบการใช้งาน Windows 8 “Developer Preview” ร่วมกับคอมพิวเตอร์หน้าจอสัมผัสที่ทางทีมงานนำมาทดสอบได้ชัดเจนขึ้น                               สำหรับสเปกคร่าวๆ ของ All-in-One-PCs : HP TouchSmart 610 PC ได้แก่ หน่วยประมวลผล Intel Core i5-650 3.2GHz ในส่วนหน้าจอจะมีขนาด 23 นิ้ว เป็น TFT Panel รองรับระบบสั่งงานด้วยการสัมผัสพร้อมกันได้ 2 จุด ส่วนหน่วยความจำ (แรม) จะอยู่ที่ 4GB DDR3 และกราฟิกชิปภายในเป็น ATI Radeon HD 5570 1GB                โดยหลังจากการติดตั้ง Windows 8 “Developer Preview” เสร็จเรียบร้อยแล้ว จะพบว่าตัววินโดว์จะทำการติดตั้งไดร์วเวอร์พื้นฐานเช่นกราฟิกการ์ด ระบบเครือข่าย และอุปกรณ์เชื่อมต่อให้เรียบร้อย โดยสำหรับฮาร์ดแวร์ส่วนใหญ่ที่ถูกตีตรา Compatible with Windows 7 จะสามารถใช้งานร่วมกับ Windows 8 “Developer Preview” ได้อย่างไม่มีปัญหา แต่ก็อาจมีฮาร์ดแวร์บางตัวไม่รองรับบ้างเช่นกัน                คีย์บอร์ดสัมผัสปรับปรุงใหม่ กดใช้งานง่ายขึ้น                ซึ่งหลังจากกระบวนการติดตั้งเสร็จเรียบร้อยแล้ว ระบบสัมผัสหน้าจอบน HP TouchSmart 610 PC สามารถใช้งานได้ทันที โดยจากการทดสอบ เมื่อผู้ใช้อยู้ในหน้า Lock Screen หรือ Metro UI และต้องการพิมพ์ข้อความต่างๆ เมื่อกดลงไป คีย์บอร์ดก็จะปรากฏขึ้นมา โดยมีการปรับรูปแบบหน้าตาให้สมส่วนกับ Tablet มากยิ่งขึ้น

และนอกจากนั้นตัวคีย์บอร์ดยังสามารถแยกเป็น 2 ฝั่งแบบเดียวกับใน Apple iOS 5 เพื่อรองรับกับการพิมพ์บนแท็บเล็ต ซึ่งจะทำให้การใช้งานถนัดมากขึ้น                ส่วนการใช้งานคีย์บอร์ดแบบสัมผัสบน Desktop UI ยังคงรูปแบบจากวินโดว์ 7 อยู่ เพียงแต่จะมีการปรับขนาดและหน้าตาของปุ่มให้ใหญ่ขึ้นและมีการเพิ่มส่วนของ Emotion และผนวกเรื่องระบบแปลงตัวอักษรจากมือเขียนเป็นตัวพิมพ์เข้ามาใน Keyboard Dock เพื่อรองรับกับการใช้งานแท็บเล็ตอย่างเต็มรูปแบบ

Keyboard Dock บน Desktop UI ยังรองรับภาษาไทยเต็มรูปแบบ และมีการปรับในส่วนของหน้าตาและขนาดให้สามารถกดพิมพ์จากแท็บเล็ตได้สะดวกขึ้น

Keyboard Dock บน Desktop UI สามารถขยายขนาดได้ตามต้องการ

Keyboard Dock มี Emotion ติดตั้งมาให้ใช้งานได้ทันที               ในส่วนการทดสอบใช้งานคีย์บอร์ดแบบสัมผัส หลังจากทดสอบทีมงานรู้สึกว่าการกดและตอบสนองนั้นดีกว่าคีย์บอร์ดใน Windows 7 มาก อีกทั้งด้วยการที่ตัวแป้นเปิดให้ผู้ใช้สามารถปรับแต่งขนาดได้ตามต้องการก็ช่วยลดปัญหาสำหรับคนที่มีนิ้วมือใหญ่ได้เป็นอย่างดี                Metro UI กับระบบสัมผัส

เป็นเหมือนจุดขายของ Windows 8 ที่จะทำให้ไปผงาดบนโลกของแท็บเล็ตได้ โดยใน Metro UI มีแอปฯ ที่รองรับกับระบบสัมผัสได้แทบทุกแอปฯ ซึ่งจากการทดสอบถือว่าเป็นที่น่าพอใจในเรื่องการตอบสนองที่รวดเร็วและความลื่นไหล แต่ในเรื่องความเสถียรอาจยังคงเป็นปัญหาอยู่บ้าง ยกตัวอย่างที่ทีมงานพบก็คือเรื่องการเปลี่ยนหน้าต่างใช้งาน (Multitasking) ที่ใช้ลักษณะปาดนิ้วจากด้านซ้ายของจอภาพ ที่บางครั้งปาดติดบ้าง ไม่ติดบ้าง ต้องใช้เมาส์ช่วยเลื่อนอยู่เป็นครั้งคราว หรือแม้แต่เรื่องการเรียกคีย์บอร์ดในแบบ Metro UI ที่หลายครั้งเมื่อเข้าใช้งานแอปฯ จำนวนมากแล้วกดเรียกคีย์บอร์ดมักเกิดอาการค้าง เปลี่ยนตัวอักษรไม่ได้ ทำให้ต้องรีสตาร์ทเครื่องอยู่บ่อยครั้ง                Tip: ในหน้า Metro UI ผู้ใช้สามารถเรียก Start ขึ้นมาได้ด้วยการนำนิ้วมาปาดจากขวาไปซ้ายที่ด้านขวาของจอภาพ                สุดท้ายสำหรับปัญหาที่พบทั้งหมดอาจมีสาเหตุมาจากการที่ Windows 8 ยังเป็นรุ่นทดสอบ ทำให้มีบั๊กอยู่จำนวนมาก แต่ทั้งนี้ถ้ามองในภาพรวม ถือว่าอนาคตของ Windows 8 กับแท็บเล็ตหน้าจอสัมผัสนั้นน่าจะแจ่มใส และถ้าไมโครซอฟท์มีการพัฒนาและปรับปรุงเรื่องความเสถียรของตัวระบบปฏิบัติการให้ดีขึ้นในรุ่นที่วางจำหน่ายจริง ทางทีมงานคิดว่า Windows 8 อาจสามารถเจาะตลาดทั้งพีซีธรรมดาและแท็บเล็ตได้ เพราะต้องยอมรับอย่างหนึ่งว่าด้วยจุดเด่นของ Windows ในเรื่องการรองรับกับซอฟท์แวร์และฮาร์ดแวร์จำนวนมากที่สุดในโลกที่ถือเป็นจุดขายมานาน ซึ่งเมื่อผนวกกับความสามารถใหม่บน Windows 8 ที่ถูกออกแบบมาให้สามารถใช้งานบนแท็บเล็ตพร้อมรองรับหน่วยประมวลผล ARM ด้วยแล้ว ไม่แน่ Windows 8 อาจถือเป็นระบบปฏิบัติการคู่แข่งคนสำคัญของ iOS จากแอปเปิล และ Honeycomb จากกูเกิลแอนดรอยด์เป็นรายต่อไปก็ย่อมได้                Company Related Link :         Microsoft

ขอขอบคุณ  ที่มา:   http://www.manager.co.th/Cyberbiz/

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: