เปิดตำนานเนตรวงแหวน เนตรสังสาระ และเนตรสีขาว

ต้นกำเนิดเนตรวงแหวน เนตรสังสาระ และเนตรสีขาว

หลังจากที่เซียน 6 วิถีได้ผนึกพลังของ 10 หางแยกพลังออกมา9ส่วนกำเนิดเป็นสัตว์หางทั้ง9ตัวได้รับพลังอันไร้ขีดจำกัดได้ใช้พลังนั้นเพื่อชี้นำโลกไปสู่สันติภาพ แต่ทว่าเมื่อความฝันไปได้เพียงครึ่งทางเท่านั้นเวลาของเซียนผู้ยิ่งใหญ่ก็มาถึงก่อนสิ้นใจจึ่งจำเป็นต้องมอบพลังและกำหนดผู้สืบทอดคือบุตรชายทั้ง 2 คนโดยพี่นั้นมี “เนตรแห่งเซียน” มีพรสวรรณ์ทางด้านพลังจิตประสาทและอำนาจจักระเข้าใจว่าพลังอำนาจเป็นสิ่งจำเป็นต่อสันติภาพ ส่วนคนน้องมี “กายแห่งเซียน” มีพรสวรรณ์ด้านพลังชีวิตและพลังกายเข้าใจว่าความรักเป็นสิ่งจำเป็นต่อสันติภาพ เมื่อใกล้สิ้นใจเซียน 6 วิถีได้กำหนดตัวผู้สืบทอดโดยเลือกคนน้องผู้เห็นว่าความรักเป็นสิ่งจำเป็นต่อสันติภาพเป็นผู้สืบทอดทำให้ผู้เป็นพี่ไม่พอใจและได้ต่อสู้กับผู้เป็นน้อง กาลเวลาล่วงเลยผ่านไปการต่อสู้ของพี่น้องก็ยังคงดำเนินอยู่ผ่านทางลูกหลานโดยลูกหลานของฝ่ายพี่คือ ตระกูลอุจิวะ และลูกหลานของฝ่ายน้องคือ ตระกูลเซนจู(ตระกูลของโฮคาเงะรุ่นแรก)

ชารินงัน

เนตรวงแหวน หรือ ชาริงกัน (ความหมายดวงตาลอกเลียนแบบ) เป็นสายเลือดพิเศษของตระกูลอุจิวะ ว่ากันว่าเนตรนี้มีต้นกำเนิดจากเนตรสังสาระของเซียน 6 วิถี

เนตรวงแหวน  มีความสามารถในการก๊อปปี้จดจำ นินจุตสุ (วิชานินจา),เกนจุตสุ (วิชาภาพลวงตา) และ ไทจุตสุ (การต่อสู้ตัวต่อตัว) ได้อย่างแม่นยำ และ ผู้ใช้สามารถใช้กระบวนท่าและวิชาเดียวกันได้ นอกจากนี้ยังมีความสามารถในการสะกดจิต,มองเห็นภาพลวงตา และ ทำนายการเคลื่อนไหวของคู่ต่อสู้ เนตรวงแหวน ส่วนการเลื่อนระดับความสามารถต้องได้มาจากการฝึกฝนหรือพรสวรรค์ของแต่ละคน

ไม้ตายของเนตรวงแหวน

1.อ่านทิศทางการโจมตีคู่ต่อสู้

2.มองการร่ายคาถาได้อย่างสมบูรณ์

3.ใช้ภาพลวงตา

4.มองจักระคู่ต่อสู้

5.เทพบิดร อิซานางิ ทำให้เหตุการณ์ทุกอย่างที่เกิดขึ้นกับเราเช่นความตาย ความเจ็บปวด หรืออะไรก็ตาม จะกลายเป็นเพียงความฝันหรือทำให้การโจมตีที่คิดเป็นจริงได้ แต่ดวงตาที่ใช้อิซานางิ จะบอดไปตลอดกาล

6.อิซานามิ สามารถกำหนดโชคชะตาได้ จะบอดไปตลอดกาล เป็นคาถาที่มาคู่กับอิซานางิ

เนตรกระจกเงาหมื่นบุปผา

เหมือนกับก่อนหน้านี้แต่ทรงพลังขึ้นเป็นสิบๆเท่า ที่เพิ่มมาคือ

1.อ่านจันทรา ก็คือการสะกดภาพลวงตาขั้นสุดยอดด้วยตาข้างซ้ายเพื่อทำลายระบบประสาทอย่างหนักหน่วงของคู่ต่อสู้โดยตรง

2.เทวีสุริยา เมื่อใช้ใช้อ่านจันทราจนชินแล้ว ดวงตาข้างขวาจะสามารถใช้เทวีสุริยาได้ เทวีสุริยาคือเพลิงสีดำที่ไม่มีวันดับ เพียงแค่โฟกัสไปที่จุดๆหนึ่งเพลิงดำจะลุกและเผาจนสิ่งที่ถูกจ้องไหม้เป็นจุณ ไม่ว่าศัตรูจะพยายามหนีก็ตาม

3.เทพวายุ สุซาโนโอะ คือเทพพิทักษ์ที่ซ่อนอยู่ในกระจกเงาหมื่นบุปผา เป็นเทพพิทักษ์ที่มีพลังโจมตีและป้องกันสูงสุดและจะปกป้องคนที่เรียกออกมา เทพวายุแต่ละคนไม่เหมือนกันสามารถใช้ประสานกับเทวีสุริยาได้ สามารถได้จากได้รับเทวีสุริยาแล้ว

ระดับการพัฒนา

ขั้นเบิกเนตร

1.เนตรวงแหวนริวงิ วงแหวน 1 วงแทนสัญลักษณ์ที่อ่อนแอที่สุดของเนตรนี้ มีความสามารถมองความไวในการร่ายคาถา

2.เนตรวงแหวนชางิ วงแหวน 2 วงแทนเนตรที่ยังไร้พลังอันแข็งกล้า สามารถก็อปปี้วิชาบางส่วนและอ่านจักระของผู้ต่อสู้ด้วยได้

3.เนตรวงแหวนชารินงัน วงแหวน 3 วงแทนเนตรที่ได้พลังมาแล้วเรียบร้อย ความสามารถในการก็อปปี้วิชาและการอ่านวิชาของผู้ต่อสู่ด้วย

ขั้นเปิดนรก

ความลับในการเลื่อนระดับความสามารถของเนตรคือต้องได้รับความทุกข์จากการฆ่าชีวิตใครก้ได้อันเป็นที่รักเพื่อรับความทุกข์เพื่อให้ตนเองได้พลังมา

4.เนตรวงแหวนกระจกเงาหมื่นบุบผา (มังเง็คคโยชาริงกัน) สามารถใช้วิชาเนตรที่ทรงพลังได้ 3อย่างคือ เทวีสุริยาจากตาซ้าย อ่านจันทราจากตาขวา และเทพวายุ แต่ยิ่งใช้มากจะทำให้ตาบอดหรืออาจถึงแก่ความตายได้ สามารถพัฒนาต่อได้โดยควักดวงตาตนเองออกไปและนำเนตรวงแหวนกระจกเงาหมื่นบุปผาของผู้ของผู้อื่นที่มีสายเลือดอุจิวะเท่านั้นมาใส่แทนสามารถพัฒนาเป็นตรวงแหวนกระจกเงาหมื่นบุบผานิรันคร์

 เนตรนี้เป็นของอิทาจิ น่าจะเบิกได้ตอนที่ฆ่า อิจิวะ  ซิซุย เพื่อนในรุ่นเดียวกันคับ
 เนตรนี้เป็นของอิทาจิคับ ไม่รู้เบิกได้ไงแต่จะปรากฎตอนใช้ คาถา เทวีสุริยา กับตอนเรียกเทพซุซาโนะโอะ  ออกมาสู้กับซาสึเกะและอิทาจิได้ฝากเนตรนี้ไว้กับซาสึเกะ  ก่อนตายด้วย 
 เนตรนี้เป็นของอาจารย์คาคาชิ สามารถเบิกเองได้จากการฝึก สามารถ เคลื่อนย้ายสิ่งต่างๆ ไปอีกมิติหนึ่ง  ตอนหลังมารู้ว่าเบิกได้ตั้งแต่เด็กแล้ว เนื่องจากโอบิโตะ เจ้าของเนตรตัวจริง (โอบิโตะมอบเนตรข้างซ้ายไว้กับคาคาชิ ตอนโดนหินทับร่างข้างขวา) สามารถเบิกเนตรกระจกเงาหมื่นบุปผาได้  เพราะเห็นคาคาชิฆ่ารินเป็นเพื่อน ที่อยู่ทีมเดียวกัน  (เพื่อนที่โอบิโตะแอบรัก)
 เนตรนี้เป็นเนตรที่ มาดาระ เบิกได้
 เนตรนี้เป็นเนตรที่  น้องมาดาระ  เบิกได้

เนตรนี้เป็นเนตรที่  ชิซุย เบิกได้  (เพื่อนของอิทาจิ) แต่ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าสามารถเบิกได้อย่างไร                         

5.เนตรวงแหวนกระจกเงาหมื่นบุบผานิรันดร์ เป็นเนตรขั้นต่อจากเนตรวงแหวนกระจกเงาหมื่นบุบผาจะเบิกได้โดยการ ฆ่าพี่น้องที่มีเนตรวงแหวนเหมือนกัน และ เอามาใส่ในดวงตาของตัวเอง ตาไม่บอดอีกต่อไป พร้อมทั้งรับบาปทั้ง 7

เนตรนี้เป็นเนตรที่  มาดาระ เบิกได้   มาจาก การควักเนตรของน้องตนเอง (อิซึนะ)  แล้วมาใส่ตาของตน

(เนตรนี้สุดยอดที่สุดในบรรดาเนตรวงแหวนครับ เนื่องจากใช้ได้โดยที่ตาไม่บอด)

เนตรนี้เป็นเนตรที่  ซาสึเกะ เบิกได้   มาจาก อิทาจิ พี่ชายของตนเอง ก่อนตายได้มอบเนตรไว้ให้กับน้องสุดที่รัก

(อิทาจิฆ่าคนในครอบครัวทุกคน เนื่องจากคิดที่จะกบฏ  แต่ไม่สามารถฆ่าน้องชายได้)

(เนตรนี้สุดยอดที่สุดในบรรดาเนตรวงแหวนครับ เนื่องจากใช้ได้โดยที่ตาไม่บอด)

6.เนตรสังสาระเป็นเนตรขั้นต่อจากเนตรวงแหวนกระจกเงาหมื่นบุบผานิรันดร์ที่มีพลังส่วนหนึ่งของคาถาไม้

เนตรนี้เป็นเนตรที่  มาดาระ เบิกได้  ก่อนตาย  แล้วนำเนตรนี้ ไปแอบปลูกถ่ายให้กับเพน ตั้งแต่เด็ก โดยที่เพนไม่รู้ตัว

(เนตรนี้สุดยอดที่สุดในบรรดาเนตรทั้งหมดครับ เนื่องจากใช้ได้โดยที่ตาไม่บอด และยังสามารถใช้คืนชีพคนที่ตายแล้วได้  แต่ใช้จักระจำนวนมาก)

บุคคลที่ใช้เนตรวงแหวนเป็นอาวุธ

1. อุจิวะ มาดาระ (เนตรวงแหวนกระจกเงาหมื่นบุปผานิรันดร์) ผู้นำตระกูลอุจิวะในยุคก่อตั้งโคโนะฮะ เป็นคนแรกและคนเดียวที่เคยใช้เนตรวงแหวนควบคุมจิ้งจอกเก้าหาง

2. อุจิวะ อิซึนะ (เนตรวงแหวนกระจกเงาหมื่นบุปผา) น้องชายของมาดาระ

3. อุจิวะ อิทาจิ (เนตรวงแหวนกระจกเงาหมื่นบุปผา) สามารถใช้วิชาเนตรหลักได้ทั้ง 3 อย่างคือ อ่านจันทรา,เทวีสุริยา เทพวายุ ซึ่งใช้ฆ่าล้างตระกูลอุจิวะจนหมดสิ้นเหลือไว้เพียงซาสึเกะคนเดียว แต่อิทาจิเป็นคนมีโรคประจำตัวเยอะคาดว่าคงจะเป็นโรคหัวใจหรือมะเร็งทำให้ไม่ค่อยใช้วิชาเนตรมากสักเท่าไหร่จะสงวนไว้ใช้พลังในยามคับขันจริงๆเท่านั้น

4. อุจิวะ ชิซุย (เนตรวงแหวนกระจกเงาหมื่นบุผฝา) เพื่อนสนิทของอิทาจิ อิทาจถูกหาว่าสังหารเพื่อนรักของเขาเอง เพื่อที่อิทาจิจะได้มาซึ่งเนตรวงแหวนกระจกเงาหมื่นบุปผา แต่ความจริงแล้ว ซิซุย ยอมตายเพื่ออิทาจิเพื่อ ภารกิจลับของอิทาจิ แต่ดันโซ หลอกใช้ซิซุย โดยการขโมย เนตร ของเขามาแล้วข้างนึง และซิซุย ได้ยกเนตร อีกข้างนึง ให้ อิทาจิ แล้วตายลงอย่างสงบ พลังเนตรของชิซุยกล่าวกันว่ามีพลังถึงขั้นสูงสุดของเนตรวงแหวนคือสามารถใช้พลังเนตรควบคุมจิตใจของผู้อื่นจนแม้แต่ผู้ที่ถูกควบคุมอยู่ไม่รู้ตัวว่าถูกควบคุม

5. อุจิวะ ฟุงากุ (เนตรวงแหวน) หัวหน้าตระกูลอุจิวะ เจ้าของเนตรวงแหวน พ่อแท้ๆของอิทาจและซาสึเกะ เป็นผู้ที่สอนคาถาไฟให้ซาสึเกะและเป็นคนแรกที่บอกเล่าถึงเรื่องเนตรวงแหวนกระจกเงาหมื่นบุปผา โดนอิทาจิสังหารในเหตุการณ์ฆ่าล้างตระกูล

6. ฮาตาเกะ คาคาชิ (เนตรวงแหวนกระจกเงาหมื่นบุผฝา) คาคาชิสามารถใช้เนตรวงแหวนกระจกเงาหมื่นบุปผา เพราได้มาจากตอนที่ฆ่าริน ทำให้พลังที่ได้จึงเป็นคามุย คือ สามารถย้ายสิ่งต่างๆ ที่ตนเพ่งไปยังมิติอื่นได้ อาทิเช่น แขนของเดอิดาระ มาจากเพื่อนในสมัยเด็กคืออุจิวะ โอบิโตะหลังจากไปช่วยรินที่ถูกศัตรูชิงตัวไป ซึ่งเพื่อนของเขาได้มอบเนตรวงแหวนให้คาคาชิก่อนที่จะตาย เพื่อเป็นของขวัญที่คาคาชิสามารถสอบเป็นโจนินได้สำเร็จ

7. อุจิวะ ซาสึเกะ (เนตรวงแหวนกระจกเงาหมื่นบุปผานิรันดร์) ทายาทคนสุดท้ายของอุจิวะ สามารถเบิกเนตรวงแหวนกระจกเงาเหมือนบุปผาได้หลังจากการตายของอิทาจิและใช้มันในการต่อสู้กับ 8หาง เหล่าคาเงะ และดันโซ หลังจากพบว่าการมองเริ่มขุ่นมัวลงเรื่อยซาสึเกะจึงตัดสินใจเปลี่ยนถ่ายเนตรของอิทาจิมาใส่ไว้ โดยไม่ทราบความสามารถของเนตรใหม่นี้แน่ชัด แต่มีความสามารถในการมองเห็นแม้แต่ในที่มืดได้

8. อุจิวะ โอบิโตะ (เนตรวงแหวนกระจกเงาหมื่นบุปผา)เป็นคนมอบเนตรวงแหวนข้างซ้ายของตนเองให้กับคาคาชิ ที่เป็นเพื่อนรักกัน สามารถใช้เนตรวงแหวนกระจกเงาหมื่นบุปผา เพราะได้มาจากตอนที่คาคาชิฆ่าริน ทำให้พลังที่ได้จึงแตกต่างกัน ทำให้พลังที่ได้จึงเป็นคามุย

9. ชิมุระ ดันโซ (เนตรวงแหวน ข้างขวา และแขนขวาทั้งแขน) มีเนตรวงแหวนข้างเดียวกับคาคาชิ โดยมีผ้าปิดตาอยู่ แต่ถูกนินจาติดตามมิซึคาเงะที่ได้เนตรสีขาวจากการต่อสู้ตรวจสีจักระและพบว่าเนตรวงแหวนของดันโซแท้จริงมาจากชิซุยเพื่อนรักของอิทาจินั้นเอง ความสามารถของเนตร คือสามารถบังคับจิตใจคนได้โดยผู้อื่นไม่รู้ตัว โดยดันโซได้ใช้เนตรควบคุมมิฟุเนะเพื่อให้เลือกตนเองเป็นผู้นำเหล่าคาเงะ นอกจากนั้น ยังสามารถใช้วิชาต้องห้ามของตระกูลอุจิวะ นั่นคือ อิซานางิ ซึ่งสามารถเปลี่ยนการโจมตีทางกายภาพให้เป็นภาพลวงตา หรือเปลี่ยนภาพลวงตาให้กลายเป้นการโจมตีทางกายภาพ เสมือนสามารถควบคุมโลกแห่งความเป็นจริงได้สบาย แลกกับความมืดของดวงตาที่จะบอดไปตลอดกาล โดยมีเวลาจำกัดในการใช้ครั้งละประมาณ 1 นาที

หมายเหตุ ผลกระทบ จากการใช้ เนตรวงแหวนกระจกเงาหมื่นบุปผา คือจะไม่ได้รับแสงสว่างอีกต่อไป ซึ่งนั่นก็คือ ตาบอดนั่นเองอุจิวะ อิทาจิ ได้พูดไว้ในตอน 386 แต่เนตรหมื่นบุปผานิรันดร์ของมาดาระและเนตรหมื่นบุปผาเพลิงอัคคีของโยคุอุจิจะไม่ได้รับผลกระทบนี้ เนตรวงแหวนกระจกเงาหมื่นบุปผานิรันดร์ จะใช้เนตรนี่เท่าไรก็ได้ เพราะเนตรนี่จะไม่มีวันกลับไปตาบอดอีกได้อีก

เนตรสีขาว

เนตรสีขาวหรือเรียก เบียงุกัน (白眼, びゃくがん, ความหมาย: ตาสีขาว)เป็นสายเลือดพิเศษในตระกูลฮิวงะ สืบทอดต่อๆกันมา มีความเป็นไปได้ว่าจะเป็นต้นกำเนิดของเนตรวงแหวน

ความสามารถ

เนตรสีขาวความสามารถหลักคือสามารถมองทะลุสิ่งต่างๆได้ในระยะ 5,000 เมตรและมองเห็นรอบตัวได้ 340 องศา (มีจุดบอดทางด้านหลัง 20 ํ ) และผู้ใช้เนตรยังสามารถมองเห็นจุดพลังและเส้นพลังของจักระที่ไหลเวียนในร่างกายทั้งหมดในร่างกายได้

วิชาที่ใช้กับเนตรสีขาว

มวยอ่อน เป็นกระบวนท่าการต่อสู้สายฮิวงะ ซึ่งจะใช้ควบคู่กับเนตรสีขาวมีความสามารถ คือ สกัดหรือเพิ่มพูนการไหลเวียนของจักระในร่างกายของคู่ต่อสู้

เคลื่อนสววรค์ เป็นการปล่อยจักระจากทุกส่วนของร่ายกายแล้วหมุนตัวอย่างรวดเร็ว เป็นการป้องกันที่ไร้ช่องโหว่และยังสามารถใช้โต้กลับได้ด้วย

มวยแปดทิศ64ฝ่ามือ เป็นท่าที่อันตรายมาก ผู้ใช้จะสกัดกั้นการไหลเวียนของจักระทุกจุดของร่างกาย ทำให้คู่ต่อสู้ไม่สามารถรีดเร้นจักระได้ และเมื่อรีดเร้นจักระไม่ได้ก็ใช้วิธีนินจาไม่ได้อีก

ฝ่ามือว่างแปดทิศ

ฝ่ามือทลายภูผาแปดทิศ

ฝ่ามือคลื่นพลังสวรรค์

บุคคลที่ใช้เนตรสีขาวเป็นอาวุธ

ฮิวงะ เนจิ ทายาทชายในตระกูลสาขาของกลุ่มฮิวงะ เป็นอัจฉริยะของตระกูลฮิวงะเพราะมีความสามารถในการใช้มวยอ่อนเหนือกว่าตระกูลหลัก

ฮิวงะ ฮินาตะ ทายาทของตระกูลหลัก น่ารักสุดและนิสัยดีที่สุดในเรื่อง เป็นผู้หญิงที่ขี้อายและเงียบครึมแต่จริงๆแล้วจิตใจเข้มแข็งพอๆกับนารูโตะเลยทีเดียว

ฮิวงะ ฮานาบิ น้องสาวของ ฮินาตะ

ฮิวงะ ฮิอาชิ พ่อของฮินาตะและฮานาบิ และเป็นถึงหัวหน้าตระกูลฮิวงะ

ฮิวงะ ฮิซาชิ พ่อของเนจิ เสียชีวิตเพื่อปกป้องพี่น้องและครอบครัวอย่างเต็มใจ

ผู้ใช้เนตรสีขาวมีมากมายในหมู่บ้านโคโนะฮะหรือแม้แต่แคว้นอื่น

เนตรสังสาระ

เนตรสังสาระ: Rinnegan1 ใน 6 วิถีเซียนของ เป็นวิชาพิเศษที่ถูกแยกออกจากทัณฑ์สรรค์ สามารถเปลี่ยนรูปแบบจาก เนตรกระจกหมื่นนิรันดรด้วยเงื่อนไขพิเศษ เปลี่ยนเป็นเนตรกระจกสังสาระหมื่นบุปผา

ปัจจุบันผู้ครอบครองคือนางาโตะและอุจิวะ มาดาระ  รวมทั้งโทบิ

  

เงื่อนไข 6 นิททรา คือ หลอมจักระและเลือกตนเองเป็นเหล็กจักระ และทำการติดใว้กับศพ มีความสามารถเช่นเดียวกันคาถาสัมพเวสีคืนชีพ เพียงแต่ไม่สามารถนำวิญญาณและความคิดกลับมาด้วยได้ แต่สามารถสร้าง เดรฉาน 6 วิธี โดยใช้ 6 วิชาและ 6 มุมมองจากภายในจิตของศพที่วางเปล่า

เพนหกวิถี 

Tendou [อาณาจักรสวรรค์]: ร่างนี้เป็นร่างผู้ใหญ่ของยาฮิโกะซึ่งเป็นศิษย์เก่าของจิไรยะ นางาโตะอ้างว่ายาฮิโกะตายไปเมื่อหลายปีก่อน เนื่องจากสงคราม ตอนสู้กับฮันโซ  และเพราะอะไรเพนจึงใช้ประโยชน์จากร่างนี้ ร่างนี้จดจำและสามารถใช้วิชาของยาฮิโกะได้นั่นคือ วิชาคาถาน้ำ และยังสามารถใช้อัญเชิญรูปปั้นปิดผนึกสัตว์หางและใช้วิชาย้ายโฉมได้อีก

Chikushoudou [อาณาจักรสัตว์]: ร่างนี้เป็นเคยเป็นของนินจาจากตระกูลฟุมะ จิไรยะเคยพบร่างนี้ในสมัยที่เขาผจญภัยอยู่และฝากแผลเป็นไว้ที่หน้าผากแก่ร่างนี้ ร่างนี้อัญเชิญสัตว์ยักษ์ได้หลายตัว และมีความสามารถเหมือนเพนตรงที่มีเนตรสังสาระและใส่เครื่องเจาะหน้าหลายอัน

Ningendou [อาณาจักรมนุษย์]: ร่างนี้เคยเป็นของนินจาที่มาจากหมู่บ้าน ทาคิงาคุเระ มีความสามารถพิเศษ คือ กระบวนท่าระยะประชิดตัว และเคยตาบอดเพราะถูกลูกเตะของจิไรยะ

Jigokudou [อาณาจักรนรก]: ร่างนี้มีความสามารถพิเศษที่ช่วยพื้นฟูร่างที่ตายให้ฟื้นขึ้นมาได้ และความสามารถทั่วไปของร่างนี้ก็เหมือนความสามารถทั่วไปของเพนที่แบ่งให้แก่ร่างทุกร่าง

Shuradou [อาณาจักรอสูร]: ร่างนี้จะมีความสามารถพิเศษที่แปลกไปหน่อยเพราะสามารถปล่อยไฟออกจากแขนขาได้เหมือนจรวดนำวิถี แถมร่างนี้นี่เองที่ทำให้แขนของจิไรยะขาด

Gakidou [อาณาจักร เปรต]: ร่างนี้เคยเป็นของนินจาที่มาจากหมู่บ้านคุสะงาคุเระ สามารถดูดซับจักระและโจมตีตามธาตุพื้นฐานได้

Chikushoudou [อาณาจักรสัตว์]: หลังจากเพนใช้ร่างนินจาฟุมะเพื่อฆ่าจิไรยะและทำลายโคโนฮะแล้วก็ได้ใช้ร่างนี้รับช่วงต่อ ร่างนี้เป็นร่างของผู้หญิง ซึ่งเป็นร่างผู้หญิงเพียงร่างเดียวท่ามกลางกลุ่มเพนหกวิถี ส่วนความสามารถยังไม่เป็นที่เปิดเผย

วิชาของเพนคนที่ 7  ที่นางาโตะใช้คือ “คาถานอกวิธี สังสาระสวรรค์กำเนิด” ใช้คืนชีพผู้คนมากมายที่ตนเองเคยสังหารไป วิชาเพนคนที่ 7 สามารถควบคุมความเป็นและความตายได้

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: